คณะแห่งพระเยซูเจ้าเข้ามาทำงานในกรุงสยามในปี พ.ศ. 1607 (พ.ศ. 2150) โดยมีคุณพ่อบาลทาซาร์ เซเกวฺรา เป็นองค์แรก ท่านเป็นชาวโปรตุเกส และมาเพื่อดูแลคริสตชนชาวโปรตุเกสที่มาค้าขายในเอเซียและเคยตั้งหลักแหล่งที่มะละกามาก่อน คุณพ่อเซเกวฺราทำงานที่พระนครศรีอยุธยา และสร้างโบสถ์เพื่อกลุ่มคริสตชนที่นั่น .... เยสุอิตองค์สุดท้ายของยุคแรกนั้นเสียชีวิตที่บางช้าง ซึ่งในปัจจุบันเป็นตำบลหนึ่งในจังหวัดสมุทรสงคราม คุณพ่อองค์นั้น (ไม่ทราบชื่อ) ถูกจับเป็นเชลยของกองทัพพม่าที่ได้เข้ามาทำลายกรุงศรีอยุธยา และกำลังนำทาสกลับไปประเทศพม่า
หนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดปีต่อมา คือในปี ค.ศ. 1954 (พ.ศ. 2497) พระคุณเจ้าหลุยส์ โชแรง พระสังฆราชแห่งมิสซังกรุงเทพฯ ได้เขียนจดหมายถึงคุณพ่อยอห์น-บัปติสต์ ยานเซน มหาธิการของคณะแห่งพระเยซูเจ้า ขอให้ท่านส่งเยสุอิตกลับมาทำงานในพระราชอาณาจักรไทยอีกครั้งหนึ่ง
คำร้องขอของพระสังฆราชโชแรง ได้กลายเป็นความจริงในวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1954 (พ.ศ. 2497) คุณพ่อปีเอโตรฺ เชรุตตี เดินทางถึงท่าเรือคลองเตย และพระสังฆราชแห่งมิสซังกรุงเทพ ฯ ได้ให้เกียรติมาต้อนรับเป็นอย่างดี
เยสุอิตในเมืองไทยเป็นกลุ่มเล็กๆ เสมอ ทั้งระหว่างยุคแรกในปี ค.ศ. 1607-1767 (พ.ศ. 2150-2310) และในระหว่างยุคที่สองด้วย (ค.ศ. 1954 ถึงปัจจุบัน) จำนวนคนจะมากหรือน้อยไม่เป็นสิ่งสำคัญมากนัก ที่สำคัญกว่าหมดก็คือ การประทับอยู่ของพระจิตเจ้าผู้ทรงค้ำชูและทรงบันดาลแรงจูงใจ นักบุญอิกญาซีโอมักจะเรียกพวกเราว่า "คณะอันต่ำต้อยนี้" อย่างไรก็ตาม ตราบนานเท่านานที่คณะฯ สามารถเป็นผู้รับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์ได้ คณะเยสุอิตจึงรู้สึกว่า เป็นพระพรยิ่งนักที่ได้มาร่วมงานของพระองค์ใน "กรุงสยาม"....ใน "เมืองไทย"
|
ตั้งแต่สมัยรุ่นแรก คือตั้งแต่นักบุญอิกญาซีโอ และกลุ่มเพื่อน ข้อสรุปสั้นๆ ของจิตตารมณ์ เยสุอิตก็คือ Ad Majorem Dei Gloriam เป็นภาษาลาตินซึ่งหมายความว่า "เพื่อเทิดพระเกียรติมงคลของพระเจ้ามากยิ่งขี้น" ประโยคนี้เป็นแรงดลใจเยสุอิตให้พยายามทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในการรับใช้พระอาณาจักรพระเจ้า เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั้งชายหญิงให้เข้ามาสัมผัสความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเขาในองค์พระคริสตเจ้า และช่วยให้เขาตอบสนองความรักนั้นโดย "สรรเสริญ เคารพเทิดทูน และรับใช้พระเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา" [การปฏิบัติจิต #21] คำที่มีฤทธิ์อำนาจในคติพจน์นั้น คือ "มากยิ่งขึ้น" คำนี้ผลักดันให้เยสุอิตอยากทำมากขึ้นเสมอ เพราะเห็นแก่พระองค์ แก่พระศาสนจักร แก่ประชากรของพระองค์ เพื่อมีส่วนในการนำพระอาณาจักรแห่งความยุติธรรม สันติ และความรัก เข้ามาท่ามกลางโลกนี้
สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 สมัชชาใหญ่ของคณะเยสุอิตจะต้องจัดขึ้นในสองกรณีเท่านั้น หนึ่ง ถ้าจำเป็นต้องเลือกมหาธิการองค์ใหม่ สอง ถ้ามีเรื่องราวสำคัญๆซึ่งสภาสูงสุดของคณะฯ จำเป็นต้องปรึกษาหารือและตัดสินใจอย่างเป็นทางการ กรุณาอ่านต่อ |
จำนวนสมาชิกของคณะเยสุอิตที่ทำงานในประเทศไทยมีน้อยคนเสมอ ทั้งในศตวรรษที่ 17 และในสมัยปัจจุบันด้วย นักประวัติศาสตร์คงถือว่า ตัวเลขเป็นองค์ประกอบสำคัญในการวิเคราะห์อดีตกาล อย่างไรก็ตาม คริสตชนคงถือว่า บุคคลใดก็ตามที่อุทิศตนเพื่อพระอาณาจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นบุคคลล้ำค่า ทุกวันนี้ มีสมาชิกของคณะเยสุอิต 28 คนที่สังกัดแขวงเมืองไทย กลุ่มเล็กๆ นี้มีลักษณะคล้ายๆ เยสุอิตกลุ่มแรกสุดของนักบุญอิกญาซีโอ เพราะว่า มาจากหลายเชื้อชาติ และหลายวัฒนธรรมด้วยกัน การเป็นนานาชาติต้องถือว่าเป็นลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของการเป็นเยสุอิต เยสุอิต 28 คนนี้มาจาก 9 ประเทศด้วยกัน และมีอายุตั้งแต่ 87 ปีลงมาถึง 22 ปี ไทย = 12 อินโดนีเซีย = 5 สเปน = 3 อังกฤษ = 2 สหรัฐ = 2 แคนาดา = 1 ฝรั่งเศส = 1 มาเลเซีย = 1 ฟิลิปปินส์ = 1
นักบุญอิกญาซีโอแห่งโลโยลา เป็นผู้ก่อตั้งคณะแห่งพระเยซูเจ้า ในปี ค.ศ. 1540 (พ.ศ. 2083) ท่านอิกญาซีโอและเพื่อนๆ รู้จักกันดีตั้งแต่เป็นนักศึกษาด้วยกันที่กรุงปารีสในราว ปี ค.ศ. 1534 (พ.ศ. 2077) พระศาสนจักรคาทอลิก ภายใต้การนำของสมเด็จพระสันตะปาปาเปาโล ที่ 3 ได้รับรองและอนุมัติคณะใหม่นี้ในวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 1540 (พ.ศ. 2083) ท่านอิกญาซีโอได้รับเลือกเป็นอธิการองค์แรก ชีวิตและหนังสือการเขียนของท่านเป็นแหล่งกำเนิดแห่งจิตตารมณ์ของคณะแห่งพระเยซูเจ้า ทั้งในด้านชีวิตส่วนบุคคลและด้านชีวิตรวมจนถึงทุกวันนี้
|



